แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเงิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเงิน แสดงบทความทั้งหมด

Mindset เศรษฐี: ความคิดที่แตกต่างของคนรวย

 

 

Mindset เศรษฐี

Mindset เศรษฐี: ความคิดที่แตกต่างของคนรวย

คุณเคยสงสัยไหมครับว่าอะไรคือสิ่งที่แยกคนรวยออกจากคนทั่วไป? หลายคนอาจคิดว่ามันคือ "พรสวรรค์" "โชคชะตา" หรือ "การมีเงินตั้งต้นเยอะ" แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทำให้คนบางคนสามารถสร้างความมั่งคั่งและรักษาความร่ำรวยไว้ได้ คือ "Mindset" หรือกรอบความคิดที่แตกต่าง ครับ

คนรวยไม่ได้แค่มีเงินเยอะ แต่พวกเขามีวิธีคิดเกี่ยวกับเงิน ชีวิต และความสำเร็จที่ไม่เหมือนคนทั่วไป Mindset เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การกระทำ และการกระทำเหล่านั้นก็นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเงินที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

วันนี้เราจะมาเจาะลึก Mindset ของเศรษฐี ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนเงินในบัญชี แต่เป็นวิธีคิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต คุณผู้ชมทุกคนให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่งที่คุณต้องการได้ครับ

1. จาก "ผู้บริโภค" สู่ "ผู้สร้าง" และ "นักลงทุน"

คนทั่วไปมักจะมองตัวเองเป็น "ผู้บริโภค" พวกเขาทำงานเพื่อแลกกับเงิน แล้วก็นำเงินไปใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการและความสุขในปัจจุบัน หรือซื้อสิ่งของที่ลดคุณค่าลงเมื่อเวลาผ่านไป (เช่น รถยนต์, โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด)

แต่เศรษฐีมี Mindset ที่แตกต่างออกไปครับ พวกเขามองตัวเองเป็น "ผู้สร้าง" และ "นักลงทุน"

·        ผู้สร้าง (Creator): พวกเขาไม่ได้แค่ทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือน แต่คิดหาวิธีสร้างคุณค่า สร้างผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่แก้ปัญหาให้ผู้คน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ที่ไม่ได้จำกัดแค่เวลาที่ทำงาน

·        นักลงทุน (Investor): เมื่อมีเงินได้มา พวกเขาไม่ได้ใช้จ่ายทั้งหมด แต่จะนำเงินไป "ทำงานแทนพวกเขา" ด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ที่เพิ่มมูลค่า หรือสร้างกระแสเงินสด (เช่น หุ้น, อสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจ) แทนที่จะปล่อยให้เงินนอนนิ่งหรือลดค่าลงไปตามเงินเฟ้อ

เคล็ดลับ: เริ่มต้นจากการคิดว่าคุณจะสร้างคุณค่าอะไรให้ผู้อื่นได้บ้าง และเมื่อได้เงินมาแล้ว ให้แบ่งส่วนหนึ่งไป "ลงทุนในตัวเอง" (เรียนรู้ทักษะใหม่) และ "ลงทุนในสินทรัพย์" ที่จะช่วยให้เงินของคุณเติบโต

2. โฟกัสที่ "การสร้างรายได้เพิ่ม" มากกว่า "การประหยัด" เพียงอย่างเดียว

คนส่วนใหญ่มักจะหมกมุ่นอยู่กับการ "ประหยัด" เงิน ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดความอยากอาหาร หรือชะลอการซื้อของที่ต้องการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญครับ แต่การประหยัดเพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัด เพราะคุณไม่สามารถประหยัดได้มากกว่าศูนย์

เศรษฐีก็ประหยัดครับ แต่สิ่งที่พวกเขาโฟกัสมากกว่าคือ "การเพิ่มรายได้" พวกเขาเข้าใจว่าศักยภาพในการสร้างรายได้นั้นไร้ขีดจำกัด และการเพิ่มรายได้คือทางลัดสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนกว่าการแค่ประหยัด

·        มีรายได้หลายทาง: เศรษฐีส่วนใหญ่ไม่ได้มีรายได้แค่ทางเดียว พวกเขามักจะมีแหล่งรายได้ที่หลากหลาย (Multiple Income Streams) เช่น รายได้จากงานประจำ, ธุรกิจส่วนตัว, การลงทุนในหุ้น, การเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือลิขสิทธิ์

·        ลงทุนในตัวเองเพื่อเพิ่มมูลค่า: พวกเขายินดีที่จะใช้เงินและเวลาเพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญของตัวเอง เพราะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าของพวกเขาในตลาดแรงงาน หรือทำให้พวกเขาสามารถสร้างธุรกิจได้ใหญ่ขึ้น

เคล็ดลับ: ลองมองหาวิธีเพิ่มทักษะที่ตลาดต้องการ หรือมองหาโอกาสในการสร้างรายได้เสริมจากความรู้หรือความสามารถที่คุณมีอยู่แล้ว

3. กล้าเสี่ยงอย่างมีเหตุผล และเรียนรู้จากความล้มเหลว

คนทั่วไปมักจะ "กลัวความเสี่ยง" และพยายามหลีกเลี่ยงความล้มเหลว พวกเขาเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งบ่อยครั้งคือเส้นทางที่ไม่นำไปสู่ความมั่งคั่งที่โดดเด่น

แต่เศรษฐีมีความเข้าใจในเรื่องความเสี่ยงที่แตกต่างกัน พวกเขารู้ว่า "ความเสี่ยง" มาพร้อมกับ "โอกาส" และการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด คือการพลาดโอกาสในการเติบโตอย่างมหาศาล

·        คำนวณความเสี่ยง: พวกเขาไม่ได้เสี่ยงแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการ "กล้าเสี่ยงอย่างมีเหตุผล" พวกเขาศึกษา ประเมิน และคำนวณความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ก่อนที่จะตัดสินใจลงมือทำ

·        มองความล้มเหลวเป็นบทเรียน: เศรษฐีส่วนใหญ่ไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก พวกเขาเคยล้มเหลว ผิดพลาด และขาดทุนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างคือ พวกเขาไม่ยอมแพ้ และเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านั้นเพื่อก้าวเดินต่อไป

เคล็ดลับ: เริ่มต้นจากการยอมรับว่าความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนและการสร้างความมั่งคั่ง ฝึกการประเมินความเสี่ยง และมองความผิดพลาดเป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา

4. มุ่งเน้นการสร้าง "สินทรัพย์" มากกว่า "หนี้สิน"

นี่คือหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดใน Mindset ของเศรษฐีครับ พวกเขาเข้าใจความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน และมุ่งเน้นการสะสมสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดหรือเพิ่มมูลค่า

·        สินทรัพย์ (Assets): คือสิ่งของที่มีมูลค่าและสามารถสร้างรายได้ หรือเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต เช่น หุ้น, อสังหาริมทรัพย์ที่ให้เช่า, ธุรกิจ, ทักษะและความรู้ของคุณ

·        หนี้สิน (Liabilities): คือสิ่งที่ทำให้เงินไหลออกจากกระเป๋า หรือลดคุณค่าลงเมื่อเวลาผ่านไป เช่น หนี้บัตรเครดิต, หนี้รถยนต์ที่ใช้ส่วนตัว, สินค้าฟุ่มเฟือยที่ซื้อมาแล้วราคาตก

คนส่วนใหญ่มักจะใช้เงินไปกับหนี้สินที่ทำให้พวกเขาดูร่ำรวยในสายตาคนอื่น (เช่น ซื้อรถหรู, ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม) แต่ในขณะเดียวกัน เศรษฐีกลับมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่อาจจะไม่ "หวือหวา" แต่สร้างความมั่งคั่งที่แท้จริง

เคล็ดลับ: ก่อนจะซื้ออะไร ลองถามตัวเองว่า "นี่คือสินทรัพย์หรือหนี้สิน?" และพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายจากการซื้อของฟุ่มเฟือย มาเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่า

5. มีความอดทนและมองเกมยาว (Long-Term Vision)

ความร่ำรวยที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนครับ มันคือผลลัพธ์ของการสะสมความพยายาม การลงทุน และความสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน

·        อดทนรอผล: เศรษฐีมีความอดทนสูง พวกเขารู้ว่าการลงทุนบางอย่างต้องใช้เวลาหลายปี หรือหลายสิบปี กว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาไม่ตื่นตระหนกไปกับการผันผวนของตลาดในระยะสั้น

·        มองภาพใหญ่ (Big Picture): พวกเขามองเห็นเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน และมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึง แม้ระหว่างทางจะต้องเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบาก พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้และเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง

เคล็ดลับ: กำหนดเป้าหมายทางการเงินระยะยาวของคุณให้ชัดเจน วางแผนอย่างเป็นระบบ และยึดมั่นกับแผนนั้นด้วยความอดทน แม้จะมีสิ่งยั่วยุหรือความผันผวนเกิดขึ้น

6. เรียนรู้ตลอดชีวิต และเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ

โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากครับ โดยเฉพาะโลกของการเงิน คนรวยเข้าใจดีว่าความรู้และทักษะที่เคยมีอาจไม่เพียงพอในอนาคต พวกเขาจึงเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต

·        อ่านหนังสือและศึกษาข้อมูล: พวกเขาใช้เวลาส่วนหนึ่งในการอ่านหนังสือ บทความ หรือติดตามข่าวสารด้านการเงินและธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ

·        เปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่ๆ: พวกเขาไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ แต่พร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น Fintech, Cryptocurrency, AI

·        เรียนรู้จากทุกคน: ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุนรุ่นเยาว์ หรือแม้กระทั่งความผิดพลาดของตัวเอง พวกเขาพร้อมที่จะเรียนรู้จากทุกแหล่ง

เคล็ดลับ: จัดสรรเวลาในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการสร้างความมั่งคั่งอย่างสม่ำเสมอ

บทสรุป: คุณก็สร้าง Mindset เศรษฐีได้

Mindset เศรษฐีไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่สามารถ "สร้าง" และ "พัฒนา" ได้ครับ ไม่ว่า   หรือคุณผู้ชมจะเริ่มต้นจากจุดไหนในวันนี้ สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับเงินและชีวิต

ลองนำหลักการเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของคุณ เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ และทำอย่างสม่ำเสมอ

·        เริ่มมองหาโอกาสในการสร้างคุณค่าและลงทุน

·        โฟกัสที่การเพิ่มรายได้

·        กล้าเสี่ยงอย่างมีเหตุผล

·        เน้นการสร้างสินทรัพย์

·        มีความอดทนและมองเกมยาว

·        เรียนรู้ตลอดชีวิต

เมื่อคุณปรับเปลี่ยน Mindset ได้ การกระทำของคุณก็จะเปลี่ยนไป และในที่สุด ผลลัพธ์ทางการเงินของคุณก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน ขอให้คุณประสบความสำเร็จในเส้นทางสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนนะครับ

10 เคล็ดลับในการช่วยลดหนี้ของคุณให้หมดได้ไวขึ้น

 

คุณสามารถปลดหนี้ได้โดยการเปลี่ยนนิสัยบางอย่าง นี่คือ 10 วิธีที่ช่วยคุณสามารถลดหนี้ได้


1. จัดทำงบประมาณเพื่อติดตามค่าใช้จ่ายของคุณ

งบประมาณสามารถช่วยให้คุณติดตามรายได้และการใช้จ่ายของคุณ และสิ่งที่คุณใช้จ่ายเงินไป การตระหนักถึงรายได้และค่าใช้จ่ายของคุณมากขึ้นสามารถช่วยให้คุณขจัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้

2. อย่าเป็นหนี้เพิ่ม

ทำงานเพื่อชำระสิ่งที่คุณเป็นหนี้อยู่ก่อนที่จะเพิ่มหนี้ใหม่ หลีกเลี่ยงการซื้อที่ไม่จำเป็น การเพิ่มหนี้โดยการซื้อที่ไม่จำเป็นเมื่อคุณยังมีหนี้ที่ต้องชำระจะทำให้การจัดการหนี้ของคุณยากขึ้น

3. ชำระค่าใช้จ่ายของคุณเต็มจำนวนและตรงเวลา

การชำระเงินเต็มจำนวนและตรงเวลาจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงอัตราดอกเบี้ยที่สูงและค่าธรรมเนียมที่ล่าช้าได้ หากคุณไม่สามารถชำระเงินเต็มจำนวนได้ ให้ตั้งเป้าที่จะจ่ายมากกว่าขั้นต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมมากขึ้น

4. ตรวจสอบบิลของคุณอย่างระมัดระวัง

เมื่อคุณได้รับใบเรียกเก็บเงินและใบแจ้งยอด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าถูกต้องและอัตราของคุณยังคงเท่าเดิม หากมีข้อผิดพลาดหรืออัตราของคุณเพิ่มขึ้นโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ โปรดติดต่อผู้ให้กู้ของคุณเพื่อแก้ไขตามนั้น

5. ชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงของคุณก่อน

หากคุณมีตั๋วเงินหลายใบที่ต้องชำระ การชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสูงสุดก่อนจะลดจำนวนเงินที่คุณค้างชำระในระยะยาว

6. ลดจำนวนบัตรเครดิตที่คุณมี

พิจารณามีบัตรเครดิตเพียงไม่กี่ใบเพื่อจัดการหนี้ของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขามีอัตราต่ำสุดที่มีอยู่

7. มองหาอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดเมื่อรวมหนี้ของคุณ

เมื่อได้รับเงินกู้รวมหนี้จากธนาคารหรือสหภาพเครดิต คุณจะสามารถจัดการหนี้ของคุณได้ง่ายขึ้น เนื่องจากคุณชำระเงินให้กับธนาคารหรือเครดิตยูเนียนเพียงครั้งเดียว แทนที่จะชำระเงินหลายครั้งให้กับผู้ให้กู้ปัจจุบันทั้งหมดของคุณ บ่อยครั้งที่ธนาคารหรือสหภาพเครดิตอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่คุณค้างชำระ ดังนั้นควรเลือกซื้ออัตราที่ดีที่สุดก่อนที่จะรวมบัญชี

8. ติดต่อเจ้าหนี้ของคุณเกี่ยวกับแผนการชำระหนี้

พูดคุยกับบริษัทที่คุณเป็นหนี้โดยตรง พวกเขาอาจเต็มใจที่จะกำหนดตารางการชำระคืนที่เป็นจริงมากขึ้นสำหรับงบประมาณของคุณ และลดการชำระเงินรายเดือน

9. พูดคุยกับที่ปรึกษาสินเชื่อ

หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาแผนการชำระหนี้ ลองพูดคุยกับที่ปรึกษาสินเชื่อ ระวังที่ปรึกษาที่อ้างว่าสามารถชำระหนี้ทั้งหมดของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยมีค่าธรรมเนียมต่ำเพียงค่าเดียว เพราะอาจเป็นการหลอกลวง

10. ระวังตัวไว้

เมื่อคุณลดหรือชำระยอดคงเหลือของคุณแล้ว อย่าลืมป้องกันหนี้ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง พิจารณาเลิกใช้บัตรเครดิตและใช้บัตรเดบิตหรือเงินสดแทน

ทั้ง 10 วิธีนี้หากใครที่กำลังเป็นหนี้อยู่ก็ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ 

คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น โอกาสรวยจากการถูกหวยเป็นไปได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์?

 

ไขข้อข้องใจทำไมผู้คนส่วนมากถึงชอบเล่นหวยแม้เป็นการเสี่ยงดวง ที่เราไม่สามารถควบคุมได้


ในวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน ต่างเป็นวันที่นักเสี่ยงดวงรอคอย ยอมสละงานตรงหน้าในชั่วขณะเพื่อลุ้นว่าจะถูกหวยรางวัลที่ 1 ประจำงวดนี้ไหม หรือใครจะเป็นผู้โชคดี แล้วรางวัลที่ 2 หรือ 5 จะมีโอกาสบ้างหรือเปล่า จะออกเลขอะไร ใช่เลขที่ฝันเอาไว้เมื่อคืนหรือไม่ หรือออกเลขตามเลขเด็ดเลขดังของสำนักใบ้หวย

เพราะมนุษย์คิดว่าตนเองจะมีโอกาสถูกหวยรางวัลที่ 1 จึงไม่สนใจมองโอกาสที่แท้จริงที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับซื้อหวย แต่เงินติดล้อก็เข้าใจดีว่า การมีความหวังว่าจะถูกหวย ที่เป็นฝันลมๆ แล้งๆ ช่วยเพิ่มพลังชีวิตที่แสนจะเหี่ยวเฉา ที่ไม่มีความสุขในชีวิตให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้บ้างจากการลุ้นรางวัล

เพราะฝันลมๆ แล้งๆ ที่ว่านี่ล่ะครับ จึงมีนักเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งชื่อว่า Sunstein ได้ให้เหตุผลของพฤติกรรมของมนุษย์ที่ชอบเล่นหวยเอาไว้ว่า “มนุษย์เชื่อว่ามีโอกาสถูกหวยมากกว่าโอกาสที่แท้จริง”

โอกาสที่แท้จริงจากการซื้อหวยที่ถูกนักเสี่ยงดวงมองข้าม

เวลาได้เลขเด็ดเลขดังมาจากสำนักใบ้หวย หรือฝันว่าโดนงูกัด ฝันว่ารถหาย หลายคนก็จะนำความฝันนี้มาตีเป็นตัวเลขเพื่อเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง เพราะคิดไว้ว่ามีคนให้โชคขนาดนี้โอกาสถูกหวยมาถึงแล้ว แต่อาจจะลืมนึกถึงโอกาสที่แท้จริงในการซื้อหวย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดครับ เพราะคนเราต้องมีความหวัง

เพื่อให้เข้าใจคำว่า “โอกาสแท้จริงจากการซื้อหวย” ลองนึกภาพตามว่า ในแต่ละงวดของการเล่นหวยรัฐบาล หรือลอตเตอรี่จะมี 1 ล้านตัวเลขต่อ 1 งวด ตั้งแต่ 00000 ไปจนถึง 999999 และจำนวน 1 ล้านเลขต่อ 1 งวด มีโอกาสถูกหวยเพียงแค่ 14,000 กว่าเลขเท่านั้น ซึ่งถ้าโชคหล่นทับ 1 ใน 14,000 ต้องเป็นของเราแน่ๆ

นี่คือโอกาสที่แท้จริงของการซื้อหวยที่ถูกมองข้ามไป!

โอกาสถูกหวยคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ต่องวด

“เมื่อคืนฝันเห็นงูตัวใหญ่ๆ เลื้อยเข้ารถป้ายแดงที่เพิ่งซื้อมา” หรือ “เมื่อคืนพ่อทิดล้อใบ้หวยให้ตอนจุดธูปเสร็จ มาแน่ๆ 92 มาแน่ๆ” สิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสถูกหวยที่นักเสี่ยงดวงคิดคำนวณด้วยตัวเอง เพราะซื้อเลขที่ฝันมาแล้ว เก็งเลขมาแล้วยังไงก็ออกเพราะตามจากงวดที่แล้ว โอกาสถูกหวยมีมากถึง 50% เพราะมั่นใจมากๆ

แต่จำนวนหวยทั้งหมดที่มี 1 ล้านเลข แต่โอกาสถูกหวยมีเพียง 14,000 เลข ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะได้เท่ากับ 1.41%นี่เป็นโอกาสถูกหวยที่น้อยมากๆ แต่ถ้าถูกหวยรางวัลที่ 1 โอกาสถูกหวยก็จะโดนหารลงไปอีก เพราะ 1.41% เป็นจำนวนหวยทั้งหมดที่จะออกในงวดนั้นๆ รางวัลที่ 1 มี 1 เลข ยังไงก็น้อยกว่า 1.41% แน่นอน นี่คือโอกาสถูกหวยที่แท้จริงและจะเกิดขึ้นจริงในแต่ละงวดครับ!


เงินไม่พอใช้เลยอยากถูกหวยรางวัลที่ 1 เพื่อใช้หนี้?!

การเล่นหวยคือการเสี่ยงโชค ถ้าโชคหล่นทับก็ได้นับเงินล้าน แต่ถ้าโชคไม่ดีก็ต้องสร้างโชคใหม่เสียงดวงไปเรื่อยๆ ในทุกงวดจนกว่าวันนั้นที่รวยด้วยหวยการเป็นเศรษฐีพันล้านมาถึง แต่การเล่นหวยที่ไร้โชคไปเรื่อยๆ ด้วยความสนุกปนความหวัง นานวันเข้าจะนำมาซึ่งหนี้สินมาให้มากกว่าการได้เงินเพื่อนำไปชดใช้หนี้

เงินติดล้อมีโอกาสได้คุยกับคุณลุงท่านหนึ่ง อายุ 60 ปีใกล้เกษียณเต็มแก่ ทำอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย และเป็นเสาหลักของครอบครัวที่คอยส่งเงินให้ทางบ้านตลอดเวลามีลูกชาย 1 คนกำลังจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ต้องใช้เงินจำนวนมาก เมื่อเงินไม่พอใช้จึงเริ่มกู้เงินนอกระบบ กู้จนไม่สามารถกู้กับใครได้อีก

คิดไปคิดมาจึงหาทางออกคือเสี่ยงโชคอย่างการซื้อหวย จากที่เล่นหวยเพื่อลุ้นเล่นๆ เสี่ยงโชคเสี่ยงดวงเพื่อความบันเทิง กลายเป็นตั้งใจซื้อหวยเพื่อให้ได้รางวัลแล้วจะได้นำเงินรางวัลมาหมุนต่อในชีวิต เล่นเพื่อให้ถูกรางวัลเพื่อจะนำเงินมาใช้หนี้ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าติดหนี้เจ้ามือหวย


ซื้อหวยเพื่อถูกรางวัลแล้วใช้หนี้มีจริง แต่โอกาสน้อย!

กว่าจะรวยด้วยหวยต้องซื้อหวยไปกี่บาท

เมื่อการเล่นหวยไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นการเดิมพันเพื่อชีวิต จากเล่นหวยทีละนิดน้อย จนค่อยๆ ซื้อเป็นลอตเตอรี่ทั้งชุดบ้าง เล่นหวยออนไลน์บ้าง ปนๆ กันไป พอคุยไปคุยมา เงินติดล้อจึงได้ทราบว่า คุณลุงท่านนั้นเล่นหวยตั้งแต่อายุ 20 จนปัจจุบัน ตกงวดละ 3,000 บาท เมื่อลองคิดเงินทั้งหมดที่ใช้เล่นหวยคือ

6,000 (ค่าหวยต่อเดือน) x 12 (ระยะเวลาต่อปี) x 40 (ระยะเวลาที่เล่นหวยมา) = 2,880,888 บาท

จำนวนเงินทั้งหมดที่คุณลุงใช้เล่นหวยมาตลอดระยะเวลา 40 ปี คิดเป็นเงินเกือบๆ 3 ล้านบาท หมายความว่าคุณลุงได้จับเงินล้านมาตลอด แต่เงินทั้งหมดถูกนำไปลงที่การซื้อหวยเพราะคิดว่าโอกาสถูกหวยรางวัลที่ 1 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แล้วจะได้นำเงินไปใช้หนี้ทั้งหมด แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด เพราะไม่ได้คิดถึงโอกาสที่แท้จริง

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมีชีวิตย่อมมีหวังเป็นธรรมดา การคาดหวังให้ตนเองถูกหวยสักครั้งในชีวิตเพื่อจะได้มีฐานะที่ดีขึ้น ได้ใช้หนี้ที่มีอยู่คือทางออกที่รวดเร็ว แต่ก็ต้องแลกมากับการเสี่ยงดวง ซึ่งถ้าคนโชคไม่ดี ก็จะกลายเป็นหนี้หวยไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเลิกเล่นหวยในที่สุด ดังนั้น เล่นหวยให้พอกระชุ่มกระชวยหัวใจจะดีกว่า

วิธีซื้อหวยให้โชคดี ทำยังไงให้ถูกหวย

ไม่มีใครตอบได้เลยครับ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของ “โชคของคนดวงดี” ล้วนๆ เลย เราไม่สามารถบังคับฟ้าฝนให้เป็นได้ดั่งใจต้องการฉันใด เราก็ไม่สามารถซื้อหวยให้ถูกได้ตลอดไปฉันนั้น อ้างอิงกับเปอร์เซ็นต์ที่จะถูกหวยถึง 1.41% เรียกว่าเป็นไปได้ยากจริงๆ

เช่นเดียวกับคุณลุงท่านนั้นที่เมื่อรู้ตัวว่าหมดเงินกับหวยไปเกือบ 3 ล้านบาท ก็เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน จากทุ่มเทให้กับหวยไปหมดหน้าตัก ค่อยๆ เล่นให้น้อยลง เล่นเอาบันเทิงหัวใจ แล้วเปลี่ยนเป็นออมเงินให้มากขึ้น กลายเป็นว่ามีเงินออมในเร็ววัน ไม่ต้องหวังพึ่งโชคเหมือนที่เคยทำ

โอกาสถูกหวยน้อยมาก แต่อยากถูกหวยใช้หนี้ ต้องแทงกับตัวเอง

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเลขเด็ดเลขดัง หรือเอาความฝันมาตีเป็นเลขหวย ถ้าอยากซื้อหวยลองจดเลขใส่กระดาษ แล้วไม่ต้องไปแทงกับใคร แทงเลขนั้นกับตัวเอง ให้เรากลายเป็นเจ้ามือตัวเองอีกทีหนึ่ง เช่น เลข 92 จะเล่นเท่าไหร่ เลข 674 จะแทงเท่าไหร่ แล้วก็รอวันที่หวยจะออกจึงตรวจรางวัลกับเลขที่ซื้อเอาไว้

ถ้าถูกก็เอาเงินมาใช้จ่ายในชีวิต หรือซื้อของที่อยากได้ เพราะนี่เป็นเงินที่ได้จากการถูกหวย แต่ถ้าไม่ถูกก็นำเงินทั้งหมดที่แทงหวยกับตัวเองไปใส่บัญชีเงินฝากกับธนาคาร เพื่อให้เราได้มีเงินเก็บ แต่ถ้าวิธีแทงกับตัวเองยังไม่หนำใจไม่ตื่นเต้น เปลี่ยนไปซื้อสลากออมทรัพย์ก็เข้าท่า เพราะได้ทั้งดอกเบี้ยและได้ลุ้นรางวัลในทุกงวด!

คุณผู้อ่านลองพิจารณาดูเอาเองนะครับว่าจะรวยจากการถูกหวยได้อย่างไร ?

เมื่อคนประกอบอาชีพอิสระ ต้องการกู้เงินด่วน แบบไม่มีสลิปเงินเดือน ที่ไหนได้บ้าง?

 

เมื่อคนประกอบอาชีพอิสระ ต้องการกู้เงินด่วน แบบไม่มีสลิปเงินเดือน ที่ไหนได้บ้าง?

เงินด่วน กู้เงิน

หลังจากที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงเทศกาลสำคัญอย่าง คริสต์มาส หรือ ปีใหม่มาได้ไม่นาน นอกจากการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะมีค่าใช้จ่ายจำเป็นหลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงสิ้นปีที่มาผ่าน

การปล่อยให้สภาพทางการเงินติดขัดตั้งแต่ในช่วงต้นปีนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ ยิ่งกับพ่อค้าแม่ค้า หรือ งานขายของออนไลน์ ที่ต้องใช้เงินสำหรับการลงทุนแล้ว ปัญหา เงินช็อต นั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการให้ได้โดยไว

แต่การจะไปหา เงินด่วน หรือ เงินก้อน นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับ อาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือคนที่ทำงานรับจ้างรายวัน รายชั่วโมงที่ ไม่มีสลิปเงินเดือน

เงินด่วนนอกระบบ ทางเลือกที่ไม่ควรแตะต้อง

สำหรับคนที่ทำธุรกิจ, มีกิจการ หรือพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย ปัญหาเงินช็อตนั้นอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ว่าจะช็อตแค่ไหน ก็ไม่ควรไปพึ่งพา เงินด่วนนอกระบบ

เพราะถึงแม้ว่า เงินด่วนนอกระบบจะกู้ผ่านง่าย และได้เงินไว แต่ก็ต้องแลกมาด้วย อัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม และที่สำคัญคือ ไม่มีกฏหมายคุ้มครอง ทำให้ลูกหนี้อาจได้รับความไม่เป็นธรรมจากสัญญาได้

สิ่งที่คนทำธุรกิจอย่างเราต้องตระหนักไว้อย่างมากเลยก็คือ ดอกเบี้ยที่ต้องเสียไปกับเงินด่วนนอกระบบนั้น คุ้มค่ากับการนำมาหมุน หรือแก้ไขปัญหาเงินช็อตในระยะสั้นหรือไม่


ไม่มีสลิปเงินเดือน หาเงินด่วน แบบถูกกฏหมายที่ไหนดี

ปัจจุบัน เงินด่วนแบบถูกกฏหมาย จากสถาบันการเงินนั้น ได้มีการออกสินเชื่อมาหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของผู้กู้ และที่สำคัญคือมี อัตราดอกเบี้ย ที่เป็นธรรมและเป็นไปตาม ของธนาคารแห่งประเทศไทย

เงินสด ทันใจ ไม่มี สลิป เงินเดือน

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีไม่น้อย สำหรับผู้ที่มีบัตรอยู่แล้วนั้นสามารถกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้ทันที และสำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัตร ปัจจุบันก็สามารถสมัครแบบไม่ต้องใช้เอกสารสลิปเงินเดือนได้ และใช้ระยะเวลาอนุมัติไม่นาน ขึ้นกับนโยบายการของแต่ละสถาบัน

สินเชื่อส่วนบุคคล

ปัจจุบันธนาคารต่างๆ ก็ได้มีการปรับสินเชื่อส่วนบุคคลให้เหมาะสำหรับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์หรือพนักงานรายวันมากขึ้น โดยสถาบัน

การเงินบางแห่งสามารถให้ขอสินเชื่อได้แบบไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน หรือเอกสารประกอบ

รวมถึงมีบริการยื่นขอสินเชื่อผ่าน แอปพลิเคชัน ของสถาบันการเงิน ทำให้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น แต่ทั้งนี้แล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับวงเงินของผู้กู้และการพิจารณาตามความเหมาะสมจากธนาคารด้วยเช่นกัน

สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เป็นสินเชื่อที่ใช้รถมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการกู้ ทำให้ดอกเบี้ยไม่แพง, อนุมัติไว และเหมาะกับคนที่ไม่มีรายได้ประจำ

สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกดีๆ ที่ไม่ต้องใช้คนค้ำ และไม่ต้องโอนเล่ม

สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เป็นอีกหนึ่งสินเชื่อสำหรับคนมีรถ ที่เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่มีปัญหา เงินช็อต หรือคนที่มองหา เงินด่วน ในระยะสั้น โดยเฉพาะกับเจ้าของกิจการ หรือพ่อค้าแม่ค้า ที่ต้องการเงินหมุนสักก้อน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด

ซึ่งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจากเงินติดล้อ นั้นเป็นสินเชื่อเงินด่วนที่ อนุมัติไว, ถูกกฏหมาย และมีอัตราดอกเบี้ยแบบ ลดต้นลดดอก

ข้อดีของดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกก็คือ เมื่อคุณมีความพร้อมทางการเงินเมื่อไหร่ ก็สามารถโปะเงินเพื่อลดดอกเบี้ย หรือปิดบัญชีได้ทันที รวมถึงมีความยืดหยุ่น และที่สำคัญสำหรับคนรักรถ คือ ไม่จำเป็นต้องโอนเล่ม ทำให้คุณอุ่นใจได้มากขึ้น


ขอบคุณบทความจาก tidlordotcom

รวยได้สไตล์มนุษย์เงินเดือน เพียงแค่ 8 ข้อถ้าทำได้รับรองรวย 100%

 
ใครว่ามนุษย์เงินเดือนจะไม่มีวันรวย เราขอค้านเลยค่ะ มนุษย์เงินเดือนรวยได้ แน่นอน เพราะคนที่ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นแม้ว่าจะมีเงินเดือนที่คงที่และไม่มากนัก แต่หากรู้จักเก็บออมและบริหารการใช้จ่ายเงินให้ดี ก็สามารถที่จะก้าวนำตัวเองไปสู่ความร่ำรวยได้เหมือนกัน ซึ่งวันนี้เราก็มีเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยบริหารเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือนให้รวยได้มาฝากกัน



1. ออมสัก 10-30% ทุกเดือน
เมื่อเงินเดือนออก เราจะต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินออม โดยออมแค่ 10-30% พอค่ะ เช่น ได้เงินเดือน 10,000 บาท ก็อาจจะแบ่งออมไว้สัก 1000-3000 บาทนั่นเอง แค่นี้ก็จะทำให้มีเงินออมเหลือใช้ในแต่ละเดือนแล้วล่ะ โดยการออมเงินนั้นเราอาจจะออมใส่กระปุกออมสินไว้หรือฝากธนาคารก็ได้ แต่ถ้าให้ดีฝากธนาคารจะดีกว่า เพราะจะทำให้เรามีวินัยในการเก็บเงินมากขึ้นและไม่เผลอนำเงินออกมาใช้จนหมดนั่นเอง

2. ทำบัญชีรายรับ รายจ่าย
บัญชีรายรับ รายจ่ายก็นับว่าสำคัญมากเลยล่ะ เพราะการจดบัญชีรายรับรายจ่ายไว้จะทำให้เรารู้ว่าในแต่ละวันเราจ่ายอะไรไปบ้างและจำเป็นมากแค่ไหน อีกทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าในขณะนี้เราใช้จ่ายเงินไปมากน้อยเท่าไหร่แล้ว เพื่อจะได้ไม่เผลอเพิ่มรายจ่ายไปมากกว่านี้นั่นเอง เรียกได้ว่ารายรับรายจ่ายเป็นเครื่องมือที่ลดความฟุ่มเฟือยได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ

3. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
อยากรวยต้องรู้จักตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนนะคะ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าเดือนนี้จะต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ หรืออีก 5 เดือนจะต้องเก็บเงินได้เท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้เรามีกำลังใจที่อยากจะไปให้ถึงจุดหมายให้ได้มากที่สุดเลยล่ะ นอกจากนี้เราอาจจะใช้การตั้งเป้าหมายด้วยสิ่งจูงใจบางอย่าง เช่นจะต้องเก็บเงินให้ได้เท่านั้นเพื่อซื้อโทรศัพท์ เพื่อไปเที่ยวหรือเพื่อะไรก็ตามที่คุณอยากได้ ก็จะช่วยเป็นแรงกระตุ้นในการเก็บออมเงินได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ

4. เลือกการลงทุนสักอย่างที่เหมาะกับคุณ
ใช่ว่ามนุษย์เงินเดือนจะไม่สามารถทำกำไรด้วยการลงทุนได้นะ เพียงแต่ต้องเลือกลงทุนเมื่อมีเงินพอที่จะลงทุนโดยไม่เดือดร้อนได้แล้วและจะต้องเลือกลักษณะการลงทุนให้เหมาะกับตัวเองที่สุดนั่นเอง แต่ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนอะไรสักอย่าง คุณควรเก็บออมเงินให้ได้สักก้อนก่อนแล้วค่อยใช้เงินที่เหลือจากการเก็บออมมาลงทุนนั่นเอง

5. ทำประกันสังคมไว้สิ
หลายคนอาจจะมองว่าการทำประกันสังคมจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนของประกัน แต่หากคิดในทิศทางที่ตรงข้ามกันจะพบว่ามันมีประโยชน์กว่าที่คุณคิดมากเลยล่ะ ลองคิดดูสิว่าหากเราเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลก็จะต้องใช้เงินมากอยู่เหมือนกันอีกทั้งยังขาดรายได้อีกด้วย แต่หากทำประกันสังคมไว้ล่ะก็ ถึงแม้ว่าเราจะเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลแต่ก็ยังได้เงินคืนจำนวนหนึ่งเลยล่ะ

นอกจากนี้ผู้หญิงเรายังสามารถใช้สิทธิประกันสังคมในการคลอดบุตรได้อีกด้วยนะ เห็นไหมว่าไม่ว่าจะเข้าโรงพยาบาลหรือคลอดบุตรก็ยังมีเงินให้ใช้ และไม่รบกวนเงินเก็บจนเกินไปอีกด้วย ดังนั้นมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ มาทำประกันสังคมกันดีกว่าค่ะ

6. ชำระบัตรเครดิตให้ตรงเวลา
แน่นอนว่าถึงแม้จะเป็นมนุษย์เงินเดือนแต่หลายคนก็คงมีบัตรเครดิตไว้ครอบครองกันอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกสบายในการใช้จ่ายเงินของแต่ละคนนั่นเอง แต่หากใช้บัตรเครดิตแล้วล่ะก็จะต้องจ่ายชำระค่าบัตรเครดิตให้ตรงเวลาด้วยนะคะ เพราะหากปล่อยให้พ้นเวลาชำระไปล่ะก็ ดอกเบี้ยจะบานขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเลยล่ะ คงไม่มีใครที่อยากจะเพิ่มภาระหนี้ให้กับตัวเองหรอกจริงไหมคะ

7. ช้อปปิ้งให้น้อยลง
สำหรับใครที่ติดนิสัยเงินเดือนออกทีไรก็ต้องไปช้อปปิ้งทุกที ต้องเปลี่ยนนิสัยของตัวเองกันหน่อยแล้วนะคะ เพราะการช้อปปิ้งนี่ล่ะที่เป็นสาเหตุหลักของความยากจนเลย ดังนั้นหากไม่จำเป็นก็ลดลดการช้อปลงหน่อยก็ดีเหมือนกันเนอะ จะได้มีเงินเหลือเก็บและก้าวไปสู่ความร่ำรวยได้นั่นเองค่ะ

8. พยายามลดค่าใช้จ่ายลง
เงินเดือนออกทีไรก็ไม่เคยพอกับค่าใช้จ่ายสักที แถมบางครั้งยังไม่มีเงินเหลือใช้อีกด้วย นั่นอาจเป็นเพราะค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปในแต่ละเดือน เพราะฉะนั้นหากคุณอยากรวยล่ะก็ จะต้องพยายามลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เช่นการช้อปปิ้งบ่อยเกินไปหรือการกินข้าวนอกบ้าน เพราะมันจะทำให้สิ้นเปลืองเงินไปโดยเปล่าประโยชน์เลยล่ะ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไปบ้างก็ดีนะคะ

อยากรวยไม่ใช่เรื่องยาก ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนก็ตาม เพียงแค่เราปรับการใช้จ่ายเงินใหม่และขยันเก็บออมให้มากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็นก็เลี่ยงซะ

แค่นี้ก็จะมีเงินเก็บได้ไม่ยากแล้วล่ะ แถมยังก้าวไปสู่ความร่ำรวยได้อย่างง่ายดายขึ้นอีกด้วยนะ ใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนลองทำตามวิธีของเราดูนะคะแล้วคุณก็จะก้าวไปสู่จุดหมายได้อย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเลยล่ะ

ที่มา :http://money.sanook.com/354439/

สุดยอดของพลังดอกเบี้ยทบต้นที่คุณยังไม่รู้

 
บทความ รวมถึงเว็บไซต์ทางด้านการเงิน การลงทุนหลายแห่งอ้างอิง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า “สูตรคณิตศาสตร์ที่มีพลังมากที่สุด และมหัศจรรย์ที่สุดที่มีการค้นพบ คือ พลังของดอกเบี้ยทบต้น”

ปัจจุบันมีการถกเถียงกันว่าไอน์สไตน์ได้พูดเช่นนั้นจริงหรือไม่ แท้จริงแล้วการรู้ว่าไอน์สไตน์หรืออัจฉริยะท่านใดจะเป็นผู้กล่าวข้อความนี้ ไม่สำคัญเท่ากับการที่เราได้เข้าใจถึงความหมายและการที่สามารถนำพลังอันมหาศาลนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างความมั่งคั่งทางการเงินของตัวเอง


เด็กทารกผู้โชคดีคนหนึ่ง ได้รับเงินเมื่อวันแรกที่ลืมตาดูโลก 1 บาท และเมื่อครบวันเกิดในปีถัดๆ ไปก็จะได้รับเงินเพิ่มอีกเท่าตัวทุกปีเมื่อครบ 1 ขวบได้รับเงินเพิ่ม 1 บาท รวมเป็น 2 บาท ในวันเกิด 2 ขวบได้รับเงินเพิ่มอีก 2 บาทรวมเป็น 4 บาท อายุ 3 ขวบก็ได้รับเงินเพิ่มอีก 4 บาทรวมเป็น 8 บาท เมื่อเด็กผู้โชคดีคนนี้ย่างเข้าอายุ 20 ปีเต็มการทบต้นแบบทวีคูณแบบนี้จะทำให้มีเงิน 1 ล้านบาท

ตัวอย่างของเด็กผู้โชคดีข้างต้น เป็นการเพิ่มขึ้นแบบทบต้นแบบเท่าตัว หรือได้รับผลตอบแทน 100% ทุกๆ ปี ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการทำผลตอบแทนเท่าตัว ทุกปีในระยะยาว คงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ลองมาดูอีกตัวอย่าง แสดงตามภาพของการลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาทเป็นเวลา 30 ปี รวมต้นทุนเงินออม 360,000 บาท หากได้ผลตอบแทน 4% ต่อปี เงินจะเพิ่มเป็น 685,000 บาท หรือเกือบ 1 เท่าตัว แต่ถ้าผลตอบแทนเพิ่มเป็น 8% ต่อปี เงินจะเพิ่มเป็น 1,400,000 หรือ 3 เท่าของต้นทุนที่ออม

ทว่า หากผลตอบแทนเพิ่มเป็น 15% ต่อปี เงินจะเพิ่มเป็นถึง 5,500,000 หรือ 15 เท่าของต้นทุน นั่นคือ เงินลงทุนแค่ 1 ส่วน ผลตอบแทนทำได้ถึง 14 ส่วนดังนั้น จึงมีคำพูดให้ได้ยินบ่อยๆ ว่าคุณสามารถมีเงินเก็บเป็นล้านบาทไม่ไช่เรื่องยากเลย แค่ออมเงินเดือนละพันบาท

พลังของดอกเบี้ยทบต้น มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นต่อปี และจำนวนปีที่ดอกเบี้ยนั้นเกิดขึ้น สำหรับผู้แสวงหาความมั่งคั่งแล้ว ส่วนประกอบดังกล่าวยิ่งมากยิ่งดี หัวใจ คือ ผลตอบแทนที่ได้รับในแต่ละปีทบเข้าไปในเงินต้น และรวมพลังกันมาออกดอกผลอย่างต่อเนื่องเป็นพลังของดอกเบี้ยทบต้นตามรอบที่หมุนไป

เห็นพลังของดอกเบี้ยทบต้นแล้ว ก็ต้องเลือกข้างให้ถูกว่าจะให้พลังอันมหัศจรรย์นี้มาเป็นพลังเสริมสร้างความมั่งคั่ง หรือในมุมกลับก็จะเป็นพลังที่มาบั่นทอนคุณภาพชีวิตของตัวเอง นั่นก็คือ การไปสร้างหนี้สินและเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาลอย่างที่ไม่ทันตั้งตัวให้แก่เจ้าหนี้

เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว ควรคิดทุกครั้งก่อนที่จะก่อหนี้ โดยเฉพาะการก่อหนี้เพื่อซื้อของฟุ่มเฟือยผ่านบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่อนอกระบบ เพราะคุณจะต้องต่อสู้กับพลังที่มากที่สุดในจักรวาลเลยทีเดียว

ไปหน้าแรก  การออมและการลงทุน



ที่มา วารสาร Money&Wealth

eBook ยอดนิยม