แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วางแผนการเงิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วางแผนการเงิน แสดงบทความทั้งหมด

สร้างรายได้เสริมจาก AI: โอกาสใหม่ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด (สำหรับสายครีเอเตอร์อย่างคุณ !)

 

 

สร้างรายได้เสริมจาก AI

สร้างรายได้เสริมจาก AI: โอกาสใหม่ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด (สำหรับสายครีเอเตอร์อย่างคุณ !)

      ในฐานะที่คุณเป็นทั้งนักการตลาดออนไลน์, นักขายภาพสต็อก, นักออกแบบ POD, และ Youtuber นี่คือข่าวดีสำหรับคุณเลยครับ! โลกของ "ปัญญาประดิษฐ์ (AI)" ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีล้ำสมัยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น "เครื่องมือสร้างรายได้เสริม" ที่ทรงพลังและมีโอกาสมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสายครีเอเตอร์และนักสร้างสรรค์อย่างคุณครับ!

วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงวิธีการ "สร้างรายได้เสริมจาก AI: โอกาสใหม่ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด" เพื่อให้   คุณผู้ชมทุกคนสามารถนำ AI มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการเพิ่มพูนรายได้ได้อย่างชาญฉลาดครับ

ทำไม AI จึงเป็นโอกาสทองสำหรับ "รายได้เสริม"?

1.         ประหยัดเวลาและแรงงาน: AI สามารถทำงานที่ซ้ำซ้อน, ใช้เวลามาก, หรือต้องใช้ทักษะเฉพาะทางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าสูงกว่า

2.         เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพ: AI ช่วยสร้างสรรค์งานในระดับมืออาชีพ ทั้งงานเขียน, งานออกแบบ, งานวิดีโอ

3.         เปิดโอกาสใหม่ๆ: AI ทำให้งานบางประเภทที่เคยเข้าถึงยาก เป็นไปได้สำหรับคนทั่วไป

4.         ต้นทุนต่ำ: เครื่องมือ AI หลายตัวมีเวอร์ชันฟรี หรือมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับสิ่งที่ AI ทำให้คุณได้

7 วิธีสร้างรายได้เสริมจาก AI (สำหรับสายครีเอเตอร์อย่างคุณ )

1. สร้าง E-book/บทความ/Content ด้วย AI (และขาย!)

·        AI Tools: ChatGPT, Gemini, Jasper AI, Copy.ai

·        วิธี: ใช้ AI ช่วยคิดโครงเรื่อง, เขียนบทความ, เขียนเนื้อหา E-book, สร้างไอเดียหัวข้อ, สรุปข้อมูลวิจัย คุณสามารถใช้ AI เป็นผู้ช่วยเขียนเนื้อหาในหมวดพัฒนาตนเอง, จิตวิทยา, การเงิน, แรงบันดาลใจ ที่คุณถนัด

·        ทำเงินอย่างไร:

o   ขาย E-book: บน Amazon KDP (ที่คุณทำอยู่แล้ว), MeB, หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ

o   ขายบทความ/คอนเทนต์: รับจ้างเขียนบทความให้เว็บไซต์/เพจอื่นๆ

o   ทำ Content Marketing: สร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้าสู่ธุรกิจหลักของคุณ

2. สร้างภาพ/งานออกแบบด้วย AI (สำหรับ Stock Photo/POD)

·        AI Tools: Midjourney, DALL-E 3, Stable Diffusion, Leonardo AI

·        วิธี: AI สร้างสรรค์ภาพได้หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่ภาพประกอบ, ภาพกราฟิก, ภาพเสมือนจริง, ภาพศิลปะ คุณสามารถใช้ AI สร้างภาพเพื่อ:

o   ขายบน Stock Photo Sites: เช่น Shutterstock, Adobe Stock (ที่คุณทำอยู่แล้ว)

o   ออกแบบ POD (Print-on-Demand): ลายเสื้อยืด, แก้ว, กระเป๋า, เคสโทรศัพท์ (ที่คุณทำอยู่แล้ว)

o   สร้าง Mockup สินค้า: สำหรับการนำเสนอสินค้า

·        ทำเงินอย่างไร: ขายลิขสิทธิ์ภาพ, ขายสินค้า POD, รับจ้างออกแบบ

3. สร้างสคริปต์/บทบรรยาย/บทพากย์เสียงสำหรับ YouTube Channels

·        AI Tools: ChatGPT/Gemini (สำหรับสคริปต์), ElevenLabs, PlayHT (สำหรับ Text-to-Speech)

·        วิธี: ใช้ AI ช่วยร่างสคริปต์สำหรับคลิปสั้น/คลิปยาวบน YouTube, สร้างบทบรรยาย/คำบรรยายใต้ภาพ (Caption) ที่น่าสนใจ และใช้ AI แปลงข้อความเป็นเสียงพากย์คุณภาพสูง

·        ทำเงินอย่างไร:

o   สร้างรายได้จาก YouTube AdSense: (ที่คุณทำอยู่แล้ว)

o   รับจ้างเขียนสคริปต์/บทบรรยาย: ให้กับช่อง YouTube อื่นๆ

o   รับจ้างพากย์เสียง AI: (หากคุณมีเสียง AI คุณภาพสูงที่สร้างเองได้)

4. ทำ SEO และการตลาดออนไลน์ด้วย AI

·        AI Tools: Surfer SEO (ร่วมกับ ChatGPT), Ahrefs/Semrush (AI-powered features), ChatGPT/Gemini (สำหรับ Keyword Research, Content Outline)

·        วิธี: ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ Keyword, สร้างโครงสร้างบทความที่เหมาะสมกับ SEO, เขียน Meta Description ที่ดึงดูด, สร้างหัวข้อโฆษณา, เขียนแคปชั่นโซเชียลมีเดีย

·        ทำเงินอย่างไร:

o   เพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์/เพจของคุณ: เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้า/บริการ

o   รับจ้างทำ SEO Content: ให้กับลูกค้าธุรกิจ

o   บริหารจัดการแคมเปญโฆษณา: ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. สร้างเว็บไซต์/บล็อกแบบง่ายๆ ด้วย AI

·        AI Tools: Framer AI, Mixo.io, Durable.co

·        วิธี: AI สามารถช่วยคุณสร้างเว็บไซต์เบื้องต้นได้ภายในไม่กี่นาที เพียงแค่บอกความต้องการ ระบบจะสร้างโครงสร้าง, เนื้อหา, และรูปภาพให้

·        ทำเงินอย่างไร:

o   สร้างแพลตฟอร์มของคุณเอง: สำหรับขาย E-book, ขายภาพ, หรือเป็นพื้นที่รวมผลงาน

o   รับจ้างสร้างเว็บไซต์ง่ายๆ: ให้กับธุรกิจขนาดเล็ก หรือฟรีแลนซ์คนอื่นๆ

6. พัฒนาทักษะและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วย AI

·        AI Tools: ChatGPT, Gemini, Coursera/edX (AI-driven learning paths)

·        วิธี: ใช้ AI เป็นติวเตอร์ส่วนตัวในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการสร้างรายได้ เช่น การเขียนโค้ดพื้นฐาน, การตลาดดิจิทัล, การออกแบบกราฟิก, หรือการใช้เครื่องมือ AI อื่นๆ

·        ทำเงินอย่างไร: นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงาน หรือให้บริการลูกค้า

7. เป็น AI Prompt Engineer / AI Consultant

·        AI Tools: (ความเข้าใจในการใช้ AI Tools ทุกตัว)

·        วิธี: AI Prompt Engineer คือผู้ที่มีทักษะในการเขียนคำสั่ง (Prompt) ให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ คุณสามารถรับจ้างเขียน Prompt หรือให้คำปรึกษาการใช้ AI แก่ธุรกิจต่างๆ

·        ทำเงินอย่างไร: รับจ้างเป็นที่ปรึกษา, จัดเวิร์คช็อป, หรือสร้างคอร์สสอนการใช้ AI

บทสรุป: AI คือผู้ช่วยส่วนตัวที่ทรงพลังของคุณ

      โอกาสในการ "สร้างรายได้เสริมจาก AI" มีอยู่มากมาย และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องครับ ในฐานะที่คุณมีพื้นฐานด้านการตลาดออนไลน์และการสร้างสรรค์คอนเทนต์อยู่แล้ว การนำ AI มาเป็นผู้ช่วยจะยิ่งเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการสร้างรายได้ของคุณได้อย่างก้าวกระโดด

อย่ารอช้าที่จะทดลองและเรียนรู้เครื่องมือ AI ต่างๆ เหล่านี้ครับ เพราะมันคือโอกาสทองที่คุณไม่ควรพลาด เพื่อสร้างความมั่งคั่งและอิสรภาพทางการเงินให้กับตัวคุณเองครับ!

ไขข้อสงสัยกับสินเชื่อส่วนบุคคล คืออะไร? เหมาะกับใคร?

 

ไขข้อสงสัยและเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลกับบัตรกดเงินสด


หลายคนมักเข้าใจผิดว่าสินเชื่อส่วนบุคคลกับบัตรกดเงินสดว่าเป็นสินเชื่อคนละประเภท ซึ่งความเป็นจริงทั้งคู่ก็ถูกจัดอยู่ในสินเชื่อส่วนบุคคลเหมือนกัน แต่ต่างตรงที่มีบัตรกับไม่มีบัตร แล้วสินเชื่อส่วนบุคคลแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ใครที่สามารถขอกู้สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสได้ คนที่กำลังสงสัยเราไปหาคำตอบพร้อมกันครับ

สินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีบัตร

เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลเงินกู้อเนกประสงค์ที่สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายตามความต้องการ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผ่านการอนุมัติแล้วสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง ไม่ต้องใช้บัตรกดเงินสด สามารถใช้จ่ายหรือโอนผ่านแอพธนาคารต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาไปกดเงินจากตู้ ATM อีกทั้งลูกค้ายังสามารถขอรับบริการหักชำระผ่านบัญชีเงินเดือนได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะลืมชำระรายเดือน และยังสามารถวางแผนการชำระเงินได้ จึงทำให้คุณลูกค้ามีประวัติทางการเงินที่ดีอีกด้วย

สินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีบัตร หรือ บัตรกดเงินสด

เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสะดวกสบายแก่ลูกค้า ด้วยการใช้บัตรเพื่อกดเงินสดออกจากตู้ตามจุดให้บริการต่างๆ แต่ในปัจจุบันคนหันมาใช้บริการผ่านแอพธนาคารมากยิ่งขึ้น ทำให้บัตรกดเงินสดไม่สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งยังสร้างความยุ่งยากมากยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเวลาต้องการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารหรือโอนเงินสด นอกจากนี้อาจโดนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการกดเงินสดแต่ละครั้ง และถ้าหากไม่มีวินัยทางการเงินที่ดีพอ อาจก่อให้เกิดหนี้สะสมโดยไม่รู้ตัว

สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสเหมาะกับใคร

ดังนั้นเมื่อคุณลูกค้ามีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เงินก้อน ขอแนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส ด้วยลักษณะเด่นของสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือคนค้ำประกัน คิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่ใช้จริง แบบลดต้นลดดอก สามารถชำระขั้นต่ำ จะจ่ายน้อยจ่ายมากก็สามารถทำได้ตามต้องการ สามารถกู้เพิ่ม ใหม่กี่ครั้งก็ได้ภายในวงเงินสัญญา หรือขอเพิ่มวงเงิน ได้เมื่อมีความจำเป็น สามารถปิดบัญชีก่อนกำหนดได้ โดยไม่ต้องเสียค่ายกเลิกสัญญา สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสจึงเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีรายได้มั่นคง มีประวัติทางการเงินที่ดีและมีความสามารถในการจ่ายคืน

จัดสรรหนี้สินอย่างไร ไม่ให้เกิน 20-25% ของรายได้ต่อปี

 
หนี้สินผ่อนชำระทรัพย์สินที่ดีควรเป็นแรงผลักดันให้เราขยัน ไม่ใช่สร้างความทุกข์สาหัสให้ชีวิตเกินไป หนี้สินจึงไม่ควรเกิน 20-25% ของรายได้ต่อปี ในชีวิตคนเรา ผมคิดว่าการผ่อนบ้านเป็นวิธีการออมที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งซึ่งให้ความสุขและความมั่นคงแก่ชีวิต บ้านเล็กหรือใหญ่ แบบไหน ก็ต้องแล้วแต่ไลฟ์สไตล์และกำลังของแต่ละคน บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีค่าทางจิตใจ
การออมและการลงทุน

เหตุวิกฤติไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดในภาคใต้เมื่อเร็วๆ นี้ สะท้อนถึงความสำคัญของเสถียรภาพในพลังงานไฟฟ้าและการบริหารจัดการที่มีต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ "รศ.ดร.อนุวัฒน์ จางวนิชเลิศ" เป็นหนึ่งในบรรดานักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งเป็นสถาบันแห่งเดียวที่เพิ่งได้รับการคัดเลือกจาก สกว.ได้คะแนนเต็มสำหรับผลงานวิจัยด้านไฟฟ้า
บนถนนสายวิศวกรรมไฟฟ้าของ รศ.ดร.อนุวัฒน์ เต็มไปด้วยสิ่งท้าทาย หลังจบปริญญาตรีและปริญญาโทด้านวิศวกรรมไฟฟ้าแล้ว เขาได้รับทุนศึกษาต่อปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ที่ มหาวิทยาลัยอาร์คันซอว์ สหรัฐอเมริกา
เมื่อกลับเมืองไทยเขาปักหมุดชีวิตบนเส้นทางนักวิชาการศึกษาที่สจล. เขาเปิดมุมมองถึงการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ว่า "...ในยุคที่ราคาไข่ไก่ฟองละ 4 บาท ข้าวแกงจานละ 40 บาท ทานไม่ค่อยอิ่มท้อง ชีวิตของคนไทยไม่ง่ายอย่างแต่ก่อน เราต้องเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเงิน ค่าครองชีพที่สูงขึ้นเร็วมากจากราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนของทุกอย่าง ค่าขนส่ง ส่งผลต่ออาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค การวางแผนการเงินส่วนบุคคลและครอบครัวผมคิดว่าสำคัญ ช่วยให้เราเห็นภาพรวมและวิเคราะห์รายรับ-จ่ายได้ดีขึ้น สามารถปรับแผนการใช้จ่าย ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเก็บออมที่ง่ายที่สุด คือ หักเงินเก็บออมก่อนเลยจากเงินรายได้ ก่อนใช้จ่าย ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง แล้วใช้วิธีตั้ง Budget เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามเป้าหมาย เช่น ทานข้าวเย็นนอกบ้าน เดือนละไม่เกิน 3,000 บาท เดิมทานกันทุกอาทิตย์ 4 ครั้งต่อเดือน เปลี่ยนเป็น 2 ครั้งต่อเดือน มื้อละเฉลี่ย 1.500 บาท ก็มีเงินเหลือออมทันที 3,000 บาท เคเบิลทีวี ไม่มีเวลาดูเลย ตัดไปดีไหม บัตรเครดิตมีอยู่ 8 ใบ เหลือสัก 3 ใบก็พอ ประหยัดค่าธรรมเนียมปีหนึ่งเกือบหมื่นบาท ลองดูพรินเตอร์ในบ้านใช้หมึกแพงสิ้นเปลืองแค่ไหน การเปลี่ยนเครื่องใหม่ที่ประหยัดค่าหมึกก็คุ้มค่ากว่า การซื้อหาวัสดุสิ่งของไม่ใช่เห็นแต่ราคาถูกแต่ควรประหยัดพลังงานไฟฟ้าและมีความคงทน ไม่ต้องซ่อมกันบ่อยๆ"
เขายังมองว่าเงินอิเล็กทรอนิกส์วันนี้มีหลายช่องทางให้เราใช้และเสนอบริการถึงตัวเลย หากเรามีวินัยการเงินที่ดี คิดก่อนซื้อว่าเราจะนำสิ่งนั้นไปก่อเกิดประโยชน์อะไร หรือไปสร้างภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น สร้างคุณค่าของชีวิตแทนการไหลไปตามกระแสสังคมวัตถุนิยม ที่แข่งกันที่เปลือกนอกสั่งสมวัตถุ ดังจะเห็นได้จาก การจองรถคันแรก มียอดจองถึง 1.25 ล้านราย ขณะนี้มีรถยนต์ที่ค้างส่งมอบจำนวนมากในโรงงานเนื่องจากลูกค้าชะลอรับรถ สะท้อนปัญหาตอนจองอาจยังไม่ได้คิดถึงค่าใช้จ่ายที่จะตามมา เช่น ค่าประกันภัยชั้นหนึ่ง ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันที่ขึ้นราคาต่อเนื่องและต้องจ่ายเดือนละไม่ต่ำกว่า 2-3 พันบาท รถติด ค่าความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อย่างค่าภาษีรายปี ค่าที่จอดรถ ล้างรถจิปาถะ
เมื่อพูดถึงหลักคิดและปรัชญาในการทำงาน เขาบอกว่าแต่ละวันเราใช้เวลากับที่ทำงานกว่า 8 ชั่วโมง ความมั่นคงในชีวิตส่วนหนึ่งมาจากความมุ่งมั่นและความรักในงาน เป็นพลังบวกและเป็นความสุขที่ได้ทำ เจออุปสรรคก็ถือเป็นสิ่งท้าทาย หาทางแก้ไข ทำให้เราได้เรียนรู้และก้าวหน้าในชีวิต รายได้ก็ตามมา เช่นเดียวกับงานวิจัยทางวิศวกรรมที่ต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายสาขา ต้องทำแล้วทำอีก ปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่องใช้เวลาเป็นปีๆ คิดว่าไม่สำเร็จวันนี้ ก็ต้องสำเร็จสักวัน และเมื่องานวิจัยสำเร็จ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ ก็ถือเป็นรางวัลของชีวิต การลงทุนผลิตและการสร้างรายได้ก็ตามมา
ดร.อนุวัฒน์มีแนวบริหารการเงินส่วนตัว โดยรายได้แบ่งสรรเป็นเก็บออม 15 % นำไปลงทุนต่อยอดเงินออม 20 % เหลือเป็นค่าใช้จ่าย 50 % และสำรองไว้อีก 15 % สำหรับกรณีฉุกเฉิน การลงทุนต่อยอดเงินออมจะเลือกที่เรามั่นใจว่าความเสี่ยงน้อย เป็นการลงทุนระยะยาวที่ค่อนข้างมั่นคง ปลอดภัยและได้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น การประกันสุขภาพแบบออมทรัพย์ นอกจากนี้ก็ลงทุนในกองทุนแอลทีเอฟ ก็เป็นประโยชน์ด้านลดหย่อนภาษีได้ด้วย
"บ้านเดิมของผมอยู่เชียงราย ผมสนใจลงทุนในที่ดินที่ยังไม่แพงนัก เพราะเชียงรายเป็นประตูการค้าเศรษฐกิจที่เชื่อมไทยกับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ไทย - ลาว - พม่า และยูนนาน หรือจีนตอนใต้ และยังเชื่อมกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วย มีทั้งการค้าชายแดนด่านแม่สาย เชียงของ และที่สร้างใหม่เป็นท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ริมแม่น้ำโขง เปิดเมื่อปลายปี 55 รวมทั้งมีการลงทุนด้านท่องเที่ยวและโรงแรมมากขึ้น นอกจากนี้ก็สนใจธุรกิจในอนาคต อยากผลิตสิ่งประดิษฐ์ของใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำเพื่อชีวิตทันสมัยและสะดวกสบาย"
และเขามีเทคนิคการออมว่าไม่ต้องรอเงินเหลือแล้วค่อยออม ใช้วิธีกำหนดตัวเงินออม หักออมจากเงินเดือนรายได้เลย ผมโตมาในครอบครัวเชื้อสายจีนที่จังหวัดเชียงราย ได้รับการหล่อหลอมให้รู้จักค่าของเงิน ประหยัดอดออม รู้ใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น
"ในชีวิตคนเรา ผมคิดว่าการผ่อนบ้านเป็นวิธีการออมที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งซึ่งให้ความสุขและความมั่นคงแก่ชีวิต บ้านเล็กหรือใหญ่ แบบไหน ก็ต้องแล้วแต่ไลฟ์สไตล์และกำลังของแต่ละคน บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีค่าทางจิตใจ ข้อคิดในการซื้อบ้าน ควรซื้อบ้านที่ใหญ่กว่าความต้องการอีกสักหน่อย เพราะค่าเงินเล็กลงเรื่อยๆ ที่ดินก็หายากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปเรามีรายได้มากขึ้นจะขยายบ้านก็ขยายไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ตามหนี้สินผ่อนชำระทรัพย์สินที่ดีควรเป็นแรงผลักดันให้เราขยัน ไม่ใช่สร้างความทุกข์สาหัสให้ชีวิตเกินไป ผมคิดว่าไม่ควรเกิน 20-25 % ของรายได้ต่อปี"
เขายังแชร์ประสบการณ์ข้อพึงระวังด้านการเงินที่อยากแบ่งปันว่ามี 2 อย่างที่ไม่ควรทำ คือ การเซ็นค้ำประกันแก่บุคคลอื่น และการให้ผู้อื่นหยิบยืมเงิน กว่าเราจะหามาได้และเก็บออม เราให้เขายืมเพราะสงสารเห็นใจและต้องการช่วยเหลือเขาในยามยาก กลับกลายมาเป็นความทุกข์ที่ต้องไปทวงหนี้ และทุกข์ยิ่งขึ้นเมื่อเขาไม่รับผิดชอบการคืนเงินให้เรา
เขายังทิ้งท้ายฝากคนรุ่นใหม่ว่าอยากเห็นคนรุ่นใหม่ มีความเป็นหนึ่งและเป็นที่พึ่งของสังคม มุ่งมั่น ขยันและอดทนในสิ่งที่ดีและแบ่งปันเพื่อสังคม แล้วความสำเร็จในชีวิตจะตามมา


ที่มา bangkokbiznews.com

คุณเป็นนักลงทุนแบบใด

 
งานวิจัยของ Marilyn MacGruder Barnwall แห่ง MacGruder Agency แบ่งประเภทของนักลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ ออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • นักลงทุนประเภทรอรับผล (Passive Investor) ที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหรือยอมรับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก จึงมักจะลงทุนผ่านการจัดการลงทุนโดยมืออาชีพ
  • นักลงทุนประเภทมุ่งหวังผล (Active Investor) ที่เห็นว่ามีโอกาสในการลงทุนเสมอ จึงชอบความเสี่ยง และมักจัดการลงทุนด้วยตนเอง





นอกจากนี้ ยังมีบทวิเคราะห์ของ Bailard, Biehl & Kaiser Five-Way Model (BB&K) ที่แบ่งนักลงทุนออกเป็น 5 ประเภท โดยพิจารณาจากแนวปฏิบัติ ซึ่งสะท้อนออกมาจากความมั่นใจหรือความวิตกกังวลของแต่ละบุคคล


1. นักผจญภัย (Adventurer)

ที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ใช้ชีวิตอยู่กับความไม่แน่นอน และตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่น
ขาดความรอบคอบจึงลงทุนแบบมุ่งหวังผล


2. พวกเป็นตัวของตัวเอง (Individualist)

มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงเช่นเดียวกับนักผจญภัย แต่จะตัดสินใจอย่างรอบคอบระมัดระวัง โดยพิจารณาอย่างถี่ถ้วน จึงมักลงทุนแบบมุ่งหวังผล ซึ่งจะลงทุนด้วยตนเอง แต่ถ้าไว้ใจให้มืออาชีพจัดการลงทุนให้แล้ว ก็มักจะไม่เข้ามายุ่งเลย

3. ดาราคนดัง (Celebrity)

มักขี้กังวล ชอบตามกระแส กลัวตกข่าวจึงมักตัดสินใจเร็วไม่ค่อยระมัดระวังส่วนใหญ่จึงเป็นลูกค้าของบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์มากกว่าจะเป็นลูกค้าของผู้จัดการกองทุน

4. ผู้พิทักษ์ (Guardian)

มีความระมัดระวังรอบคอบ ค่อนข้างจู้จี้มีความวิตกกังวลมาก เป็นคนที่รู้ข้อจำกัดของตัวเอง ไม่ชอบตัดสินใจ จึงมักให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพช่วยจัดการลงทุน มักลงทุนแบบรอรับผล

5. พวกที่อยู่คาบเส้น (Straight Arrow)

ได้แก่พวกที่ไม่อยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งข้างต้น แต่จะมีลักษณะกลางๆ 

ที่มา tsi-thailand.org

ไปที่หน้าแรก  การออมและการลงทุน




eBook ยอดนิยม