กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน (Property and Infrastructure Fund)

 

 

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน (Property and Infrastructure Fund)

หากคุณสนใจลงทุนใน "อสังหาริมทรัพย์" แต่ไม่อยากใช้เงินก้อนใหญ่ ไม่อยากกู้แบงก์ หรือไม่อยากวุ่นวายกับการดูแลผู้เช่า ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ นั่นคือ "กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน (Property and Infrastructure Fund)" ครับ

กองทุนประเภทนี้เปรียบเสมือนการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ ร่วมกับนักลงทุนคนอื่นๆ โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแลให้ครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงกองทุนประเภทนี้ เพื่อให้  คุณผู้ชมทุกคนเข้าใจถึงหลักการ, ข้อดี, และข้อควรพิจารณาในการลงทุนครับ

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน คืออะไร?

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) คือ กองทุนที่ระดมเงินจากผู้ลงทุนไปลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ประจำ เช่น อาคารสำนักงาน, ศูนย์การค้า, โรงแรม, คลังสินค้า, โรงงาน, หรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โดยกองทุนจะได้รับรายได้จากค่าเช่า หรือผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ และนำมาจ่ายคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในรูปของ เงินปันผล ครับ

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund - IFF) คือ กองทุนที่ระดมเงินจากผู้ลงทุนไปลงทุนใน โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ ของประเทศ เช่น โรงไฟฟ้า, โทรคมนาคม, ถนน, ท่าเรือ, สนามบิน โดยกองทุนจะได้รับรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้บริการ, ค่าเช่า, หรือผลตอบแทนจากการดำเนินงานของโครงการนั้นๆ และนำมาจ่ายคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในรูปของ เงินปันผล ครับ

ปัจจุบันกองทุนทั้งสองประเภทมักถูกเรียกรวมกัน หรือถูกแทนที่ด้วย "REITs (Real Estate Investment Trusts)" ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน แต่มีความยืดหยุ่นและข้อดีทางภาษีมากกว่าครับ (โดยหลักการแล้ว ทั้งสองประเภทคือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้)

จุดเด่นและข้อดีของการลงทุนในกองทุนประเภทนี้

1.         ได้รับเงินปันผลสม่ำเสมอ: เป็นแหล่ง Passive Income ที่ดี เพราะกองทุนเหล่านี้มีนโยบายจ่ายเงินปันผลเป็นประจำ (เช่น รายไตรมาส หรือรายครึ่งปี) จากรายได้ค่าเช่าหรือค่าบริการ

2.         ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่: คุณสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาล หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ ที่นักลงทุนรายย่อยไม่สามารถลงทุนโดยตรงได้

3.         กระจายความเสี่ยง (Diversification):

o   กระจายในอสังหาฯ/โครงสร้างพื้นฐาน: กองทุนมักลงทุนในทรัพย์สินหลายประเภท หลายทำเล

o   กระจายพอร์ตการลงทุน: เป็นสินทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนโดยรวม

4.         สภาพคล่องสูง: สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้เหมือนหุ้น ทำให้เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายกว่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

5.         เริ่มต้นด้วยเงินน้อย: สามารถลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งหลัง

6.         มีผู้เชี่ยวชาญดูแล: ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพเป็นผู้คัดเลือก, ลงทุน, และบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์/โครงการโครงสร้างพื้นฐาน

7.         ป้องกันเงินเฟ้อ: รายได้ค่าเช่า/ค่าบริการ มักปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ทำให้มูลค่าการลงทุนยังคงเติบโต

ข้อควรพิจารณาก่อนลงทุน

1.         ความผันผวนของราคาหน่วยลงทุน: ราคาหน่วยลงทุนของกองทุนจะขึ้นลงตามสภาวะตลาดหลักทรัพย์, อัตราดอกเบี้ย, และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์/โครงสร้างพื้นฐานนั้นๆ

2.         ค่าธรรมเนียม: มีค่าธรรมเนียมการจัดการ, ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย, และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของกองทุน

3.         ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย: หากอัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น อาจส่งผลให้ราคาหน่วยลงทุนปรับลดลงได้ (เพราะนักลงทุนอาจหันไปหาการลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น)

4.         ความเสี่ยงด้านทำเลและประเภททรัพย์สิน: ผลประกอบการของกองทุนขึ้นอยู่กับทำเล, ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ (เช่น ออฟฟิศ, โรงแรม) และการบริหารจัดการ

5.         การแข็งค่า/อ่อนค่าของเงินบาท: หากกองทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์/โครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศ จะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ใครที่เหมาะกับการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน?

·        ผู้ที่ต้องการ Passive Income: ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอจากเงินปันผล

·        ผู้ที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์: แต่ไม่มีเงินก้อนใหญ่, ไม่ต้องการภาระในการดูแลเอง, หรือไม่ต้องการสภาพคล่องต่ำ

·        ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง: ต้องการเพิ่มสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนที่แตกต่างจากหุ้นหรือตราสารหนี้ทั่วไป

·        นักลงทุนระยะยาว: เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถถือหน่วยลงทุนได้ในระยะยาว เพื่อรับเงินปันผลและรอการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สิน

การเริ่มต้นสำหรับคุณ

1.         ศึกษาประเภทกองทุน: ทำความเข้าใจว่าแต่ละกองทุนลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทใด หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานอะไร (เช่น โดดเด่นในศูนย์การค้า, อาคารสำนักงาน, โรงไฟฟ้า)

2.         พิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังและนโยบายการจ่ายปันผล: ดูประวัติการจ่ายเงินปันผล และอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield)

3.         ประเมินความเสี่ยง: ดูอันดับความน่าเชื่อถือของกองทุน (ถ้ามี) และปัจจัยความเสี่ยงที่กองทุนระบุไว้

4.         เลือกช่องทางการลงทุน: สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ผ่านโบรกเกอร์หลักทรัพย์ เหมือนกับการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือผ่านแอปพลิเคชันลงทุน

5.         กระจายความเสี่ยง: ไม่ควรลงทุนในกองทุนเดียว ควรกระจายไปหลายๆ กองทุนที่มีประเภททรัพย์สินหรือทำเลที่แตกต่างกัน

บทสรุป: ลงทุนใน "อิฐกับปูน" ที่เข้าถึงง่ายขึ้น

    "กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน" เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่จับต้องได้และสร้างรายได้ประจำอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการดูแลเองครับ

มันคือการลงทุนใน "อิฐกับปูน" ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และให้สภาพคล่องที่ดีกว่าครับ หากคุณมองหา Passive Income ที่มั่นคง และต้องการกระจายพอร์ตการลงทุน กองทุนประเภทนี้คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้ามครับ!

    Choose :
  • OR
  • To comment

eBook ยอดนิยม